LiteFinanceLiteFinance
รีวิว LiteFinance
4.0
จาก 5

รีวิว LiteFinance สำหรับนักเทรดไทย

รีวิว LiteFinance ตรงประเด็น: เงื่อนไขบัญชี ค่าธรรมเนียม จุดอ่อน และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเปิดบัญชีในไทย พร้อมแนวทางเลือกโบรกเกอร์ที่ใช่

เครื่องคำนวณขนาดตำแหน่ง
ล็อตแนะนำ-
จำนวนเสียง-
อัปเดตราคาอัตโนมัติ
กฎระเบียบ Offshore · no local licence
ใบอนุญาตในประเทศ ไม่มีใบอนุญาต SEC ไทย
เลเวอเรจสูงสุด สูงสุด 1:500, สูงสุด 1:1000 สำหรับบางบัญชี (คริปโท 1:50)
ต้นทุน Classic: floating spreads from ~1.8 pips, no commission
แพลตฟอร์ม MT4, MT5, cTrader และเทอร์มินัลเว็บ/มือถือที่เป็นกรรมสิทธิ์
เครื่องมือ คู่ฟอเร็กซ์ โลหะ น้ำมัน ดัชนีหุ้น CFD หุ้น และ CFD คริปโต
การชำระเงินท้องถิ่น บัตร อีวอลเล็ตและคริปโต
การฝากเงิน เงินฝากขั้นต่ำ 50 USD

CFD ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์ ยอดเงินอาจลดเร็ว

รีวิว LiteFinance สำหรับนักเทรดไทย

LiteFinance คือตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับคนไทยที่อยากเทรด Forex และ CFD ด้วยเงินทุนเริ่มต้นต่ำ โดยมีบัญชีแบบไม่มีค่าคอมมิชชันให้เลือก แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าโบรกเกอร์นี้เปิดบริการภายใต้บริษัท offshore ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไทย

บริษัทก่อตั้งมานานเกือบสองทศวรรษ เริ่มต้นในชื่อ LiteForex เมื่อปี 2005 และรีแบรนด์เป็น LiteFinance ในปี 2021 มีลูกค้าประมาณ 500,000 ราย จุดแข็งที่ชัดเจนคือความยืดหยุ่นของบัญชีและแพลตฟอร์มให้เลือกหลากหลาย ขณะที่จุดที่ต้องชั่งใจคือเรื่องการคุ้มครองเงินทุนและช่องทางฝากเงินที่ยังไม่มีระบบพร้อมเพย์

สถานะการกำกับดูแล

คนไทยเปิดบัญชีกับ LiteFinance ผ่านนิติบุคคล LiteFinance Global LLC (เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์) ซึ่งจดทะเบียนหมายเลข 931 LLC 2021 และมีใบอนุญาต FSC จากมอริเชียสเลขที่ GB20025921

ประเด็นสำคัญคือ สองหน่วยงานนี้ไม่ใช่หน่วยงานกำกับดูแลระดับแนวหน้าเหมือน FCA หรือ CySEC สำหรับนักเทรดไทย หมายความว่าเงินของคุณไม่มีความคุ้มครองจากกองทุนชดเชยนักลงทุน (Investor Compensation Fund) แบบที่โบรกเกอร์ในยุโรปต้องมี

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้: ก.ล.ต. ไทยไม่มีหมวดหมู่ใบอนุญาตสำหรับโบรกเกอร์ Forex รายย่อยแบบ offshore ด้วยเหตุนี้ โบรกเกอร์ที่คนไทยใช้กันส่วนใหญ่จึงล้วนเป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะ LiteFinance การไม่มีใบอนุญาตไทยจึงไม่ใช่จุดที่ทำให้เจ้าเดียวผิดปกติ

ไม่มีชื่อ LiteFinance ปรากฏในบัญชีรายชื่อ Investor Alert ของ ก.ล.ต. ไทย ณ ช่วงเวลาที่ตรวจสอบ แต่คุณควรเช็คกับรายชื่อล่าสุดด้วยตัวเองที่ market.sec.or.th/public/idisc/en/InvestorAlert

เงื่อนไขบัญชีและค่าใช้จ่าย

LiteFinance ให้ตัวเลือกบัญชีสามแบบ แต่ละแบบออกแบบมาเพื่อสไตล์การเทรดที่แตกต่างกัน ทางเลือกที่ชัดเจนคือระหว่าง Classic สำหรับคนที่อยากได้ค่าธรรมเนียมตรงไปตรงมา กับ ECN สำหรับคนที่ต้องการสเปรดที่บางเป็นพิเศษ

รายการCentClassicECN
เงินฝากขั้นต่ำไม่ระบุชัดเจนUSD 50USD 50
ค่าคอมมิชชันไม่มีไม่มีตั้งแต่ USD 0.5-5 ต่อล็อต
สเปรดลอยตัวเริ่มต้น ~1.8 pipsเริ่มต้น 0.0 pips
แพลตฟอร์มMT4/MT5MT4/MT5MT4/MT5

บัญชี Cent เหมาะสำหรับทดลองระบบหรือฝึกเทรดด้วยเงินจริงจำนวนน้อย ส่วน Classic ตอบโจทย์คนที่อยากคำนวณต้นทุนง่ายๆ เพราะไม่ต้องคิดค่าคอมมิชชันเพิ่ม สเปรดระดับ 1.8 pips ถือว่ากลางๆ ไม่ได้ถูกที่สุดแต่ก็ไม่แพงเกินไป

ECN เป็นทางเลือกสำหรับคนที่เทรดบ่อยและปริมาณมาก เพราะสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips แม้จะบวกค่าคอมฯ เข้าไป แต่ต้นทุนรวมต่อเทรดอาจต่ำกว่า Classic ในสภาพตลาดปกติ

เลเวอเรจสูงถึง 1:500 และ 1:1000 สำหรับบางบัญชี ขณะที่คริปโต CFD จำกัดที่ 1:50 ตัวเลขนี้สูงกว่าโบรกเกอร์ในยุโรปมาก แต่ก็เป็นมาตรฐานของโบรกเกอร์ offshore

คำเตือน
เลเวอเรจ 1:1000 หมายถึงราคาเคลื่อนไหวแค่ 0.1% ก็ทำให้เงินในบัญชีหายเกลี้ยงได้ ใช้เลเวอเรจสูงเฉพาะเมื่อคุณเข้าใจความเสี่ยงจริงๆ

แพลตฟอร์มการเทรด

จุดแข็งของ LiteFinance คือการให้เลือกแพลตฟอร์มได้หลากหลาย ไม่ได้บังคับให้ใช้แค่ตัวใดตัวหนึ่ง

  • MetaTrader 4 - มาตรฐานอุตสาหกรรมที่คนไทยคุ้นเคย
  • MetaTrader 5 - เวอร์ชันใหม่กว่าด้วยฟีเจอร์เชิงลึก
  • cTrader - ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์ ECN
  • เทอร์มินัล Web/Mobile ของ LiteFinance เอง

ความหลากหลายนี้สำคัญเพราะแพลตฟอร์มแต่ละตัวมีจุดแข็งต่างกัน MT4 เรียบง่ายและมี Expert Advisor ให้ใช้เยอะที่สุด MT5 เหมาะกับคนที่เทรดหลายสินทรัพย์ cTrader ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วในการสั่งซื้อ

สินทรัพย์ที่เทรดได้

LiteFinance ครอบคลุมสินทรัพย์หลักที่นักเทรดไทยต้องการ โดยเฉพาะคู่เงิน USD/THB ที่มีความผันผวนชัดเจนในช่วงเวลาเอเชีย

ประเภทสินทรัพย์ตัวอย่าง
คู่เงิน Forexคู่หลัก คู่รอง และคู่เอ็กโซติก
โลหะมีค่าทองคำ เงิน
น้ำมันBrent, WTI
ดัชนีหุ้นS&P 500, Nikkei 225
หุ้น CFDหุ้นรายตัวจากตลาดหลัก
คริปโต CFDBitcoin, Ethereum

จุดสังเกตคือ บัญชีมีสกุลเงินฐานเป็น USD และ EUR เท่านั้น ไม่มีบัญชีสกุลเงินบาท (THB) ซึ่งหมายความว่าคุณต้องรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเวลาฝากและถอนเงิน

รีวิว LiteFinance สำหรับนักเทรดไทย

การฝากและถอนเงิน

ช่องทางฝากเงินของ LiteFinance ยังเป็นจุดที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์อื่นที่รองรับพร้อมเพย์แล้ว

ช่องทางสถานะในไทย
บัตรเครดิต/เดบิตรองรับ (Visa/Mastercard)
e-walletรองรับ
คริปโตเคอร์เรนซีรองรับ
พร้อมเพย์ (PromptPay)ยังไม่พบว่ามีระบบ THB rail
โอนเงินผ่านธนาคารไทยต้องโอนเป็น USD ผ่าน SWIFT

เงินฝากขั้นต่ำ USD 50 ถือว่าต่ำและเข้าถึงง่าย แต่การไม่มีช่องทางฝากเงินเป็นบาทโดยตรงอาจทำให้ต้นทุนต่อการฝากแต่ละครั้งสูงขึ้นจากการแปลงสกุลเงิน

เวลาถอนเงินอาจใช้เวลาหลายวันทำการสำหรับบัตรและบัญชีธนาคาร ขณะที่ e-wallet และคริปโตมักเร็วกว่า

ต้องการตัวเลือกที่ใช้ได้จริง?
ดูเงื่อนไขของ FxPro

จุดอ่อนที่ควรรู้

  • ไม่มีความคุ้มครองเงินฝากจากหน่วยงานรัฐในระดับ FSCS หรือ CySEC
  • ไม่มีช่องทางฝาก/ถอนเป็นบาทไทยโดยตรง
  • หน่วยงานกำกับดูแลหลัก (St Vincent) ไม่ได้มีบทบาทกำกับดูแลการเงินเชิงลึก
  • ไม่มีโปรโมชันเฉพาะสำหรับนักเทรดไทย

การไม่มีระบบชดเชยเงินลงทุนหมายความว่า หากบริษัทล้มละลาย เงินของคุณอาจไม่ได้คืน การเลือกโบรกเกอร์ต้องดูปัจจัยนี้ประกอบกับอายุบริษัทและชื่อเสียงในตลาด

FYI
LiteFinance ดำเนินธุรกิจมานานเกือบ 20 ปี มีประวัติการจ่ายเงินให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเท็จจริงนี้ไม่ควรแทนที่การประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง

ภาษีที่นักเทรดไทยต้องรู้

กำไรจาก Forex/CFD ถือเป็นรายได้ส่วนบุคคลที่ต้องเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า ไม่มีอัตราภาษีพิเศษสำหรับกำไรจากทุนแบบนี้

ฐานรายได้ (บาท)อัตราภาษี
0 - 150,000ได้รับยกเว้น
150,001 - 300,0005%
300,001 - 500,00010%
500,001 - 750,00015%
750,001 - 1,000,00020%
1,000,001 - 2,000,00025%
2,000,001 - 5,000,00030%
มากกว่า 5,000,00035%

ข้อควรรู้เพิ่มเติม: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 หากคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ไทย (อยู่ในไทย 180 วันขึ้นไปต่อปี) และโอนเงินรายได้จากต่างประเทศเข้ามาไทย ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีที่โอนเข้า อย่างไรก็ตาม มีมาตรการผ่อนปรนที่เสนอในปี 2026 ให้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดของมาตรการนี้กับสรรพากร

ยื่นแบบแสดงรายการภาษี PND 90/91 ภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี

เหมาะสำหรับคุณหาก

คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ต้องการเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อยและอยากลองหลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะคนที่สนใจบัญชี ECN ที่มีสเปรดเริ่มต้น 0.0 pips คุณให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของเลเวอเรจสูงและการเลือกสินทรัพย์ที่หลากหลาย และคุณเข้าใจว่าเงินที่ฝากกับโบรกเกอร์ offshore ไม่มีการคุ้มครองจากหน่วยงานรัฐเท่ากับโบรกเกอร์ระดับ FCA/CySEC

ข้ามไปก่อนหากคุณ

คุณเป็นคนที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในเรื่องการคุ้มครองเงินทุนและพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับความปลอดภัยที่ชัดเจนกว่า หรือคุณเป็นมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจผลของเลเวอเรจสูงต่อขนาดพอร์ต การเลือกโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด เช่น FCA หรือ CySEC พร้อมเลเวอเรจจำกัดที่ 1:30 อาจสร้างวินัยในการบริหารความเสี่ยงได้ดีกว่า

สิ่งที่ LiteFinance ให้มาในราคาที่จับต้องได้คือแพ็คเกจครบวงจร ทั้งแพลตฟอร์มหลากหลาย สินทรัพย์ครอบคลุม และค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้ ข้อแลกเปลี่ยนคือระดับการกำกับดูแลที่อ่อนกว่าและช่องทางเงินบาทที่ยังไม่สมบูรณ์

คนไทยเปิดบัญชี LiteFinance ได้หรือไม่

ได้ ไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ห้ามคนไทยเทรด Forex หรือ CFD กับโบรกเกอร์ต่างประเทศ การเทรดออนไลน์ผ่านโบรกเกอร์ต่างชาติไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาสำหรับผู้ใช้บริการรายย่อย เพียงแต่โบรกเกอร์ไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย ซึ่งหมายถึงการคุ้มครองเงินทุนที่น้อยกว่า

LiteFinance ผิดกฎหมายในไทยหรือไม่

ตัวโบรกเกอร์ไม่ได้มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในไทย แต่การที่คนไทยใช้บริการโบรกเกอร์ต่างชาติไม่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หน่วยงานที่ต้องระวังคือผู้ที่เข้ามาชักชวนหรือดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์กับคนไทยโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี 1992 และ พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ปี 2003 คุณควรตรวจสอบเสมอว่าผู้แนะนำหรือโบรกเกอร์ที่คุณใช้มีประวัติและเอกสารที่ตรวจสอบได้

ขั้นต่ำในการเปิดบัญชีกับ LiteFinance เท่าไร

USD 50 สำหรับบัญชี Classic และ ECN คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,700-1,800 บาทต่อบัญชีแรก ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์หลายราย แต่ต้องเผื่อค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยหากใช้วิธีโอนผ่านธนาคาร

LiteFinance รองรับพร้อมเพย์หรือไม่

ไม่พบข้อมูลที่ยืนยันว่า LiteFinance รองรับการฝากเงินผ่านพร้อมเพย์หรือช่องทางเงินบาทโดยตรง ช่องทางหลักคือบัตรเครดิต e-wallet และคริปโตที่ใช้สกุลเงินต่างประเทศ

Regulation - LiteFinance Offshore · no local licence vs FxPro FCA · CySEC · FSCA → FxPro
Max leverage - LiteFinance Up to 1:500, up to 1:1000 on select accounts (crypto 1:50) vs FxPro 1:30 (EU) · 1:500 (global) → FxPro
Platforms - LiteFinance MT4, MT5, cTrader and proprietary web/mobile terminal vs FxPro MT4, MT5, cTrader, FxPro Edge → FxPro
FxPro — regulated broker
FxPro — regulated broker
Factorคำตัดสิน
มีเลเวอเรจสูง +1
LiteFinance ให้เงื่อนไขการเทรดที่แข่งขันได้ +1
เปิดบัญชีรวดเร็ว ออนไลน์เต็มรูปแบบ +1
ความเสี่ยงสูงสำหรับมือใหม่ −1
ไม่ได้รับการกำกับดูแลระดับ Tier-1 −1
การคุ้มครองนักลงทุนจำกัด −1

ศิริพร จันทร์เพ็ญ

ผู้จัดการความเสี่ยง

ผู้เชี่ยวชาญการบริหารความเสี่ยงที่นำวินัยแบบสถาบันมาใช้กับการเทรดรายย่อย

เผยแพร่เมื่อ 27 สิงหาคม 2026 เกี่ยวกับผู้เขียน

คำถาม

LiteFinance ได้รับการกำกับดูแลใน ประเทศไทย หรือไม่?

+

LiteFinance ดำเนินงาน offshore, without local regulation ใน ประเทศไทย Not Thai-SEC authorised. No specific Thai SEC warning naming LiteFinance verified at review ตรวจสอบหน่วยงานในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลก่อนฝากเงิน

มีประเภทบัญชีใดบ้าง?

+

ประเภทบัญชี: Cent, Classic (min USD 50, no commission) and ECN (min USD 50, commission-based); MT4/MT5

+

แพลตฟอร์มที่รองรับ: MT4, MT5, cTrader and proprietary web/mobile terminal

สเปรดและค่าธรรมเนียม FxPro →